แผนที่ลายแทงขุมทองใต้สมุทร กับดักสุดท้ายที่รอสั่นคลอนเงินบำนาญของพี่ๆ วัยเก๋า
เรื่องเล่าชวนฝัน หรือฝันร้ายทางการเงินของคนวัยเกษียณ
ในฐานะอาจารย์ที่คลุกคลีกับเรื่องทองคำมาทั้งชีวิต ผมมักจะได้ยินคำถามที่เปี่ยมด้วยความหวังและความฝันอยู่เสมอครับ หนึ่งในนั้นคือเรื่อง “ทองคำใต้ทะเล” ที่ถูกเล่าขานต่อกันมาราวกับเป็นขุมทรัพย์สุดท้ายของโลก โดยเฉพาะในช่วงที่สภาวะเศรษฐกิจผันผวน ข้อมูลตัวเลขการจ้างงานอย่าง Non-Farm Payrolls กำลังจะประกาศ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางดอกเบี้ยและราคาทองคำ เรื่องเล่าทำนองนี้มักจะกลับมาเสมอ มันคือเหยื่อล่อชั้นดีสำหรับคนที่กำลังมองหาทางลัดเพื่อสร้างความมั่งคั่ง โดยเฉพาะพี่ๆ ข้าราชการหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจที่กำลังวางแผนชีวิตหลังเกษียณ ซึ่งมีเงินก้อนใหญ่ในมือและกำลังกังวลกับอนาคต วันนี้เราจะมาผ่าตัดความเชื่อนี้กันด้วยมีดแห่งความจริง ผ่านกรณีศึกษาที่เคยเกิดขึ้นจริงครับ
ความจริงข้อที่หนึ่ง: ทองคำในน้ำทะเลมีอยู่จริง แต่...
ก่อนจะไปถึงเรือมหาสมบัติ เรามาว่ากันด้วยหลักวิทยาศาสตร์ล้วนๆ ก่อนครับ ถามว่าในน้ำทะเลมีทองคำละลายอยู่ไหม คำตอบคือ มีจริงครับ แต่ในปริมาณที่น้อยจนน่าใจหาย จากข้อมูลของ National Ocean Service (NOAA) ของสหรัฐอเมริกา ในน้ำทะเลทุกๆ 1 ลิตร จะมีทองคำละลายอยู่ประมาณ 13 ในพันล้านส่วนของกรัม เท่านั้น พูดง่ายๆ ก็คือ คุณต้องสกัดน้ำทะเลปริมาณมหาศาลเท่ากับสระว่ายน้ำโอลิมปิกหลายสิบสระ เพื่อให้ได้ทองคำมาเพียงน้อยนิด ณ วันนี้ ยังไม่มีเทคโนโลยีใดในโลกที่สามารถสกัดทองคำจากน้ำทะเลได้คุ้มค่ากับต้นทุนพลังงานและกระบวนการที่ต้องใช้เลยครับ ดังนั้น ใครก็ตามที่มาเสนอขายเทคโนโลยีหรือชวนลงทุนในโครงการ “เหมืองทองคำจากน้ำทะเล” ให้ท่านสันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่าเป็นเรื่องหลอกลวงครับ

ความจริงข้อที่สอง: กรณีศึกษาเรือมหาสมบัติ “Black Swan” บทเรียนราคาแพง
เอาล่ะ ในเมื่อการสกัดทองจากน้ำทะเลเป็นไปไม่ได้ แล้วการ “งม” ทองจากเรือสมบัติที่จมอยู่ล่ะ? นี่คือเรื่องที่ดูมีความเป็นไปได้มากกว่า และเป็นที่มาของเรื่องเล่าชวนฝันมากมาย ผมจะขอหยิบยกกรณีศึกษาของบริษัท Odyssey Marine Exploration ซึ่งเป็นบริษัทสำรวจใต้ทะเลชื่อดัง มาเป็นบทเรียนให้พวกเราได้ศึกษาครับ
การค้นพบที่สั่นสะเทือนโลก
ในปี 2007 บริษัท Odyssey ได้ประกาศการค้นพบครั้งประวัติศาสตร์ในโครงการที่ใช้ชื่อรหัสว่า “Black Swan” พวกเขาพบซากเรืออับปางในมหาสมุทรแอตแลนติก และสามารถกู้ทรัพย์สมบัติขึ้นมาได้เป็นเหรียญเงินและทองคำโบราณจำนวนมหาศาล น้ำหนักรวมกว่า 17 ตัน ประเมินมูลค่าในขณะนั้นสูงถึง 500 ล้านเหรียญสหรัฐ ข่าวนี้ทำให้ราคาหุ้นของบริษัทพุ่งทะยาน เพิ่มขึ้นกว่า 80% ในวันเดียว นักลงทุนต่างหลั่งไหลเข้ามาด้วยความหวังที่จะได้ส่วนแบ่งจากขุมทรัพย์ในตำนานนี้ครับ
ม่านหมอกแห่งความจริง: เมื่อเจ้าของตัวจริงปรากฏตัว
แต่ความฝันก็อยู่ได้ไม่นานครับ หลังจากข่าวแพร่ออกไป รัฐบาลสเปนได้ยื่นฟ้องต่อศาลสหรัฐฯ โดยอ้างว่าซากเรือดังกล่าวคือเรือรบสเปนชื่อ “Nuestra Señora de las Mercedes” ที่ถูกกองทัพเรืออังกฤษจมลงในปี 1804 ซึ่งตามกฎหมายระหว่างประเทศ ทรัพย์สินบนเรือรบของรัฐยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของประเทศนั้นๆ ไม่ว่าจะจมอยู่ที่ไหนก็ตาม การต่อสู้ทางกฎหมายดำเนินไปอย่างยาวนานถึง 5 ปี และมีค่าใช้จ่ายสูงลิบลิ่ว

ผลลัพธ์สุดท้าย: ขุมทรัพย์ที่กลายเป็นศูนย์
บทสรุปของเรื่องนี้เป็นอย่างไรน่ะหรือครับ? จากรายงานของ Reuters และสื่อทั่วโลก ศาลสหรัฐฯ ได้ตัดสินให้สมบัติทั้งหมดตกเป็นของประเทศสเปน บริษัท Odyssey ต้องส่งคืนสมบัติทั้งหมดทุกชิ้น และไม่ได้รับเงินชดเชยใดๆ จากรัฐบาลสเปนเลยแม้แต่เซนต์เดียว เงินลงทุนมหาศาลในการสำรวจ การกู้ภัย และค่าทนายความที่สู้คดีมาหลายปี กลายเป็น ต้นทุนที่สูญเปล่า สำหรับนักลงทุนที่เคยฝันหวาน ราคาหุ้นที่เคยพุ่งทะยานก็ดิ่งลงเหว สร้างความเสียหายอย่างหนัก
บทเรียนสำหรับพอร์ตเกษียณของพี่ๆ ทุกคน
กรณีของ “Black Swan” คืออุทาหรณ์ชั้นเยี่ยมที่สอนเราว่า การลงทุนที่ดูเหมือน “โอกาสทอง” ที่มาพร้อมกับเรื่องเล่าอันน่าตื่นเต้น มักจะซ่อนความเสี่ยงมหาศาลและรายละเอียดทางกฎหมายที่เราคาดไม่ถึงไว้เสมอ สำหรับแผนการเงินเพื่อการเกษียณของพี่ๆ ความมั่นคงควรมาก่อนความมั่งคั่งแบบก้าวกระโดด การลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงและจับต้องไม่ได้เช่นนี้ เปรียบเสมือนการซื้อลอตเตอรี่ด้วยเงินบำนาญทั้งชีวิตครับ
แทนที่จะไล่ตามแผนที่ลายแทงใต้สมุทร การจัดสรรเงินลงทุนมาอยู่ในสินทรัพย์ที่พิสูจน์ตัวเองมาแล้วนับพันปีอย่างทองคำแท่งหรือทองรูปพรรณที่จับต้องได้จากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เช่นที่ได้รับการรับรองจาก สมาคมค้าทองคำ น่าจะเป็นทางเลือกที่สุขุมและปลอดภัยกว่ามากครับ ทองคำในมือท่านอาจจะไม่ได้ให้ผลตอบแทนหวือหวาเท่าเรื่องเล่า แต่ก็ไม่มีทางที่จะถูกคำสั่งศาลยึดไปจนกลายเป็นศูนย์เหมือนสมบัติของ Odyssey ได้ครับ
ดังนั้น ก่อนที่ใครจะนำเสนอเรื่องราวการลงทุนที่ฟังดูดีเกินจริงให้ท่านฟัง ลองนึกถึงเรื่องราวของเรือ “Black Swan” ดูนะครับ สมบัติที่แท้จริงไม่ใช่ทองคำที่อยู่ก้นทะเล แต่คือเงินออมเพื่อการเกษียณที่อยู่ในพอร์ตของท่านอย่างปลอดภัยครับ จงปกป้องมันไว้ให้ดีที่สุดครับ