5 เรื่องจริงยิ่งกว่าละครที่ค่าเงินบาทฟ้อง GDP ไทย พี่ๆ วัยเก๋าต้องแอบฟังก่อนเกษียณ
สารจากโต๊ะทำงาน LSE สู่พี่ๆ ข้าราชการที่รัก: วันศุกร์แล้ว...มาคุยเรื่องเงินๆ ทองๆ กันดีกว่าครับ!
บ่ายวันศุกร์แบบนี้ที่ลอนดอนอากาศดี แต่ที่เมืองไทยคงร้อนน่าดูนะครับ ผมนั่งจิบกาแฟไปพลาง ส่องตัวเลขเศรษฐกิจโลกไปพลาง บอกตรงๆ ว่ามันส์ยิ่งกว่าดูซีรีส์เกาหลีอีกครับ สมัยเรียนที่ London School of Economics อาจารย์เคยบอกว่า “ตัวเลขไม่เคยโกหก มีแต่คนนี่แหละที่ตีความเข้าข้างตัวเอง” วันนี้ผมนึกถึงคำนี้เลย โดยเฉพาะตอนที่เห็นความสัมพันธ์แบบรักๆ เลิกๆ ระหว่าง ค่าเงินบาท กับ GDP ประเทศไทย ของเรานี่แหละครับ ในฐานะรุ่นน้องที่คลุกคลีกับตัวเลขพวกนี้มา 15 ปี เลยอยากจะมาเล่าสู่กันฟังแบบขำๆ แต่สาระเน้นๆ ให้พี่ๆ ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจที่กำลังนับถอยหลังสู่วัยเกษียณอันแสนสุขได้เตรียมตัวกันครับ
หลายคนอาจจะมองว่า GDP โตก็ดีแล้วสิ เงินเดือนขึ้น โบนัสมา แต่เดี๋ยวก่อนครับ! บางทีไอ้เจ้าค่าเงินบาทตัวดีนี่แหละ ที่กำลังกระซิบอะไรบางอย่างข้างหู GDP ไทยอยู่เงียบๆ ซึ่งเสียงกระซิบนั้นมันดังมาถึงเงินในกระเป๋าเกษียณของพวกเราเต็มๆ เลยครับ เอาล่ะ...มาดูกันว่ามีเรื่องอะไรบ้าง

1. บาทแข็งดุจหินผา: นักท่องเที่ยวเฮ แต่ผู้ส่งออกเซถลา
จำช่วงที่บาทแข็งโป๊กไปแตะ 30 บาทต่อดอลลาร์ ได้ไหมครับ? ตอนนั้นใครจะไปเที่ยวต่างประเทศนี่อย่างกับถูกหวย แต่ในห้องประชุมผู้ส่งออกนี่แทบจะร่ำไห้กันเป็นสายเลือด พูดง่ายๆ ก็คือ เวลาบาทแข็ง ค่าของเงินเราก็สูงขึ้น ซื้อของจากต่างประเทศได้ถูกลง แต่ในทางกลับกัน ของที่เราจะขายให้ชาวบ้านชาวช่องเขามันก็แพงขึ้นทันที ทำให้สินค้าเกษตร ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่เราส่งออก สู้ราคาชาวบ้านเขาไม่ไหว GDP ในส่วนของการส่งออกก็เลยเหี่ยวเฉาไปตามระเบียบครับ เหมือนมีแฟนสวยแต่กินจุ...ดูดีแต่เปลืองตังค์น่ะครับ
2. GDP ไทยกับอาการ 'แพ้เกสร' ดอกเบี้ยจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
เรื่องนี้คลาสสิกมากครับ ทุกครั้งที่ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ (Non-Farm Payrolls) ออกมาดีเกินคาด ตลาดก็จะเริ่มพนันกันแล้วว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย พอเฟดส่งสัญญาณว่าจะขึ้นดอกเบี้ยปุ๊บ เงินทุนจากทั่วโลกก็จะไหลกลับไปหาดอลลาร์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าทันที ผลคืออะไรครับ? ค่าเงินบาทเราก็อ่อนยวบยาบลงอย่างกับคนไม่ได้นอน ซึ่งการอ่อนค่าเร็วเกินไปก็ใช่ว่าจะดี เพราะมันทำให้ต้นทุนการนำเข้าพลังงาน สินค้าทุนพุ่งกระฉูด ดันเงินเฟ้อให้สูงขึ้นไปอีก กระทบค่าครองชีพเต็มๆ ครับ ข้อมูลจาก Federal Reserve เองก็แสดงให้เห็นวัฏจักรนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหมือนดูหนังม้วนเดิมแต่เจ็บจริงทุกรอบ

3. เพื่อนบ้านมหาอำนาจ 'จีน' แค่ขยับตัว...ไทยก็สะเทือน
GDP บ้านเราผูกกับพี่จีนอย่างกับตังเมเลยครับ ทั้งการท่องเที่ยวและการส่งออก พอเศรษฐกิจจีนชะลอตัวเหมือนช่วงที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวจีนหายไป ของที่เราเคยส่งไปขายก็ขายได้น้อยลง ตัวเลข GDP ก็แฟบลงอย่างเห็นได้ชัด ค่าเงินบาทเองก็พลอยอ่อนไหวตามไปด้วย เพราะเมื่อรายได้ดอลลาร์และหยวนเข้าประเทศน้อยลง ความต้องการเงินบาทก็น้อยลงตามหลักเศรษฐศาสตร์ง่ายๆ นี่คือความเสี่ยงของการพึ่งพิงตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไปครับ เหมือนเอาไข่ทุกฟองใส่ไว้ในตะกร้าใบเดียวที่เพื่อนบ้านถืออยู่ ถ้าเพื่อนทำตะกร้าหล่น...ก็จบข่าวครับ ตามรายงานของ IMF ก็ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงนี้อย่างชัดเจน
4. เงินเกษียณในบัญชี: โตจริงหรือแค่ภาพลวงตาจาก GDP?
ข้อนี้สำคัญที่สุดสำหรับพี่ๆ เลยครับ สมมติว่าปีนี้ GDP ไทยโต 3% เงินในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของเราก็ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้น แต่ถ้าปีเดียวกันนั้นเงินบาทดันอ่อนค่าลงไป 5% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ เอาจริงๆ แล้วอำนาจซื้อของเงินเราในเวทีโลกมันลดลงนะครับ แผนที่จะไปใช้ชีวิตเกษียณชิลๆ ที่ต่างประเทศ หรือจะซื้อของแบรนด์เนมให้ลูกหลาน อาจจะต้องคิดหนักขึ้น เพราะเงินเท่าเดิมแต่ซื้อของได้น้อยลง ดังนั้น การดูแค่ตัวเลข GDP อย่างเดียวมันไม่พอ ต้องชำเลืองมองอัตราแลกเปลี่ยนเทียบกับเงินเฟ้อด้วยครับ มันคือ ‘มูลค่าที่แท้จริง’ ของเงินเรา
5. สนามรบค่าเงิน: เมื่อ 'บาท' ต้องลงแข่งโอลิมปิกแบบไม่ได้เตรียมตัว
ทุกวันนี้ไม่ใช่แค่สหรัฐฯ กับจีนที่เล่นเกมค่าเงินกันนะครับ ประเทศเพื่อนบ้านเราอย่างเวียดนาม อินโดนีเซีย ต่างก็พยายามทำให้ค่าเงินตัวเองแข่งขันได้เพื่อดึงดูดการลงทุนและการส่งออก ประเทศไทยเราที่อยู่ตรงกลางก็เหมือนโดนลากเข้าไปในสนามรบนี้ด้วยแบบงงๆ การบริหารนโยบายการเงินจึงยากขึ้นเป็นทวีคูณ ธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT) ต้องคอยประคองค่าเงินบาทไม่ให้แข็งหรืออ่อนจนเกินไป ซึ่งเป็นงานที่เหนื่อยสุดๆ เหมือนพายเรือในอ่างที่เต็มไปด้วยคลื่นจากทั่วทุกสารทิศครับ
แล้วเราควรทำยังไงต่อ?
พอเห็นภาพแล้วใช่ไหมครับว่าชีวิตหลังเกษียณของเรามันผูกกับเรื่องระดับโลกพวกนี้มากกว่าที่คิด คำแนะนำของผมในฐานะนักวิเคราะห์ที่เห็นโลกมาพอสมควรคือ อย่าเก็บเงินไว้ในสกุลเดียวหรือสินทรัพย์ประเภทเดียวครับ การกระจายความเสี่ยงไปในสินทรัพย์ที่อิงกับสกุลเงินต่างประเทศบ้าง เช่น หุ้นต่างประเทศ หรือแม้กระทั่งสินทรัพย์จับต้องได้อย่างทองคำ (ที่ราคาอิงกับตลาดโลก) ก็เป็นเหมือนการซื้อประกันให้กับแผนเกษียณของเราครับ อย่างน้อยๆ เวลานั่งดูข่าวเศรษฐกิจช่อง กรุงเทพธุรกิจ แล้วเห็นค่าเงินบาทผันผวน เราจะได้ไม่ใจหายใจคว่ำ แต่กลับยิ้มมุมปากได้อย่างผู้ชนะครับ!