ทองคำไม่ใช่แค่เซฟโซน เปิดมุมมองใหม่ ทำไมราคาทองคำถึง สวนทาง เศรษฐกิจโลก นักวิเคราะห์ชี้จุดเปลี่ยนเกมลงทุนปี 2569
บทวิเคราะห์ 12 ก.พ. 2569 16:30 27 ครั้ง

ทองคำไม่ใช่แค่เซฟโซน เปิดมุมมองใหม่ ทำไมราคาทองคำถึง สวนทาง เศรษฐกิจโลก นักวิเคราะห์ชี้จุดเปลี่ยนเกมลงทุนปี 2569

สวัสดีครับเพื่อนๆ นักลงทุนทองคำทุกท่าน วันนี้ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ผมในฐานะนักวิเคราะห์การลงทุนทองคำ ขอมาพูดคุยถึงสถานการณ์ราคาทองคำที่หลายคนอาจจะกำลังสงสัยว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่เศรษฐกิจโลกดูเหมือนจะยังไม่ค่อยสดใสเท่าไหร่ แต่ราคาทองคำกลับไม่ได้พุ่งขึ้นอย่างที่หลายคนคาดหวังไว้

ก่อนอื่นมาดูราคาทองคำวันนี้กันก่อนนะครับ:

  • ทองแท่ง รับซื้อ: 74200.00 บาท
  • ทองแท่ง ขายออก: 74400.00 บาท
  • ทองรูปพรรณ รับซื้อ: 72722.52 บาท
  • ทองรูปพรรณ ขายออก: 75200.00 บาท
  • เปลี่ยนแปลง: 0.00 บาท (ไม่เปลี่ยนแปลง)

จะเห็นได้ว่าราคาทองคำวันนี้ค่อนข้างทรงตัว ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก ซึ่งอาจจะทำให้หลายคนผิดหวัง โดยเฉพาะคนที่คิดว่าทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ที่ควรจะพุ่งขึ้นเมื่อเกิดความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

ทำไมทองคำถึงไม่พุ่ง?

คำถามนี้เป็นคำถามที่สำคัญมากครับ เอาจริงๆ แล้วการที่ราคาทองคำไม่ได้พุ่งขึ้นอย่างที่เราคาดหวังนั้น มีหลายปัจจัยที่เข้ามาเกี่ยวข้องครับ

1. ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) และดัชนี DXY

ปกติแล้วราคาทองคำมักจะมีความสัมพันธ์แบบ ผกผัน กับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ครับ นั่นหมายความว่าถ้าค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ราคาทองคำมักจะปรับตัวลดลง และในทางกลับกัน ถ้าค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ราคาทองคำมักจะปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ค่อนข้างแข็งค่า ทำให้ราคาทองคำไม่สามารถปรับตัวขึ้นได้มากนัก ลองติดตาม ดัชนี DXY ดูนะครับ จะเห็นภาพชัดเจนขึ้น

2. การซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลก

ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจโลกจะยังไม่ค่อยดีนัก แต่หลายประเทศก็เริ่มมีการ ผ่อนคลายนโยบายทางการเงิน มากขึ้น ซึ่งทำให้ความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยลดลง นอกจากนี้ World Gold Council รายงานว่าธนาคารกลางบางแห่งเริ่มชะลอการซื้อทองคำสำรอง ทำให้แรงหนุนต่อราคาทองคำลดลงตามไปด้วย

2. การซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลก

3. บทบาทของ Cryptocurrency ที่เข้ามาท้าทาย

ต้องยอมรับว่าในปัจจุบัน Cryptocurrency อย่าง Bitcoin ได้เข้ามามีบทบาทในฐานะสินทรัพย์ทางเลือกมากขึ้น และนักลงทุนบางส่วนก็มองว่า Bitcoin สามารถเป็น Safe Haven ได้เช่นเดียวกับทองคำ ทำให้เม็ดเงินลงทุนบางส่วนไหลออกจากตลาดทองคำไปยังตลาด Cryptocurrency แทน

4. เทศกาลตรุษจีนและวาเลนไทน์: แรงหนุนระยะสั้น

อย่างที่เราทราบกันดีว่าเดือนกุมภาพันธ์เป็นช่วงเทศกาลตรุษจีนและวาเลนไทน์ ซึ่งโดยปกติแล้วจะมีความต้องการทองรูปพรรณสูงขึ้น โดยเฉพาะในประเทศจีน Shanghai Gold Exchange เองก็มีการซื้อขายทองคำที่คึกคัก แต่แรงหนุนจากเทศกาลเหล่านี้มักจะเป็น ระยะสั้น และไม่ได้ส่งผลกระทบต่อราคาทองคำในระยะยาวมากนัก

4. เทศกาลตรุษจีนและวาเลนไทน์: แรงหนุนระยะสั้น

แล้วนักลงทุนควรทำอย่างไร?

ถ้าถามผมว่านักลงทุนควรทำอย่างไรในช่วงนี้ ผมคิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือการ ติดตามข่าวสาร และ วิเคราะห์ปัจจัย ที่มีผลกระทบต่อราคาทองคำอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ นโยบายทางการเงินของธนาคารกลางต่างๆ สถานการณ์เศรษฐกิจโลก หรือแม้แต่ความเคลื่อนไหวในตลาด Cryptocurrency

นอกจากนี้ การ กระจายความเสี่ยง ก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกันครับ อย่าใส่ไข่ทั้งหมดไว้ในตะกร้าใบเดียว ควรแบ่งเงินลงทุนไปยังสินทรัพย์อื่นๆ ด้วย เช่น หุ้น พันธบัตร หรืออสังหาริมทรัพย์

และสุดท้าย อย่าลืมว่าการลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งนะครับ

แนวรับแนวต้านที่น่าจับตา

สำหรับแนวรับแนวต้านที่น่าจับตามองในสัปดาห์นี้ ผมมองว่าแนวรับสำคัญจะอยู่ที่ 73,800 บาท และแนวต้านสำคัญจะอยู่ที่ 74,800 บาท หากราคาทองคำสามารถทะลุแนวต้านนี้ไปได้ ก็มีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นไปได้อีกครับ แต่ถ้าไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านได้ ก็อาจจะมีการปรับตัวลงมาทดสอบแนวรับอีกครั้ง

หวังว่าบทวิเคราะห์นี้จะเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อนๆ นักลงทุนนะครับ หากมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามเข้ามาได้เลยครับ

แท็ก: #ราคาทอง #ทองรูปพรรณ #ลงทุนทอง #วิเคราะห์ทองคำ #Cryptocurrency #DXY #ธนาคารกลาง #แนวรับแนวต้าน #Safe Haven